มะเร็ง คืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง?

มะเร็งเป็นโรคร้ายที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกอวัยวะ ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันโรคมะเร็ง เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรอดจากโรคร้ายนี้

มะเร็ง คืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง? 02

โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง (Cancer) เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย โดยปกติแล้ว เซลล์จะมีวงจรชีวิตที่แน่นอน มีการเจริญเติบโต แบ่งตัว และตายไปตามกลไกควบคุมของร่างกาย แต่เมื่อเซลล์เกิดการกลายพันธุ์ในยีนที่ควบคุมการแบ่งตัว ทำให้เซลล์สูญเสียการควบคุม เกิดการแบ่งตัวอย่างผิดปกติ และขยายจำนวนอย่างรวดเร็ว กลายเป็นก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งในที่สุด

เซลล์มะเร็งมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเซลล์ปกติหลายประการ ได้แก่

  • สามารถหลีกเลี่ยงกลไกการตายของเซลล์ตามปกติ (Apoptosis) ทำให้มีชีวิตยืนยาวและสะสมจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีความสามารถในการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Angiogenesis) เพื่อหล่อเลี้ยงก้อนมะเร็งที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
  • สามารถบุกรุกเข้าไปในเนื้อเยื่อข้างเคียง (Invasion) และแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ (Metastasis) ผ่านทางระบบน้ำเหลืองและกระแสเลือด ทำให้เกิดมะเร็งลูกหลานในอวัยวะอื่น
  • มีความสามารถในการหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งโดยปกติจะคอยตรวจจับและทำลายเซลล์ที่ผิดปกติ แต่เซลล์มะเร็งมักจะปิดบังตัวเองหรือยับยั้งการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันได้

นอกจากนี้ เซลล์มะเร็งยังมีความสามารถในการปรับตัวและดื้อต่อการรักษาได้ เนื่องจากมีอัตราการกลายพันธุ์สูง และสามารถพัฒนากลไกต้านทานยาหรือสารเคมีบำบัดได้ จึงทำให้การรักษามะเร็งเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก
ประเภทของโรคมะเร็ง

มะเร็งสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามชนิดของเซลล์ต้นกำเนิด ได้แก่

1.มะเร็งเนื้อเยื่อบุผิว (Carcinoma): พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากเซลล์ที่ผิวหนัง เยื่อบุช่องปาก หลอดอาหาร ปอด ลำไส้
2.มะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Sarcoma): เกิดจากเซลล์ในกระดูก กล้ามเนื้อ
3.มะเร็งเม็ดเลือด (Leukemia): เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดในไขกระดูก
4.มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma): เกิดจากเซลล์ในระบบน้ำเหลือง
5.มะเร็งสมองและระบบประสาท (Brain and nervous system cancer): เกิดจากเซลล์ในสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท

สาเหตุของโรคมะเร็ง

สาเหตุของโรคมะเร็งมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกร่างกาย ได้แก่

  • พันธุกรรม: มีความเสี่ยงสูงขึ้นหากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง เนื่องจากมียีนที่ผิดปกติถ่ายทอดมา
  • สิ่งแวดล้อม: สารก่อมะเร็งต่าง ๆ เช่น สารเคมีจากโรงงาน สารพิษในควันบุหรี่ รังสีจากแสงแดดหรือเครื่องมือทางการแพทย์ สามารถกระตุ้นการเกิดมะเร็งได้
  • พฤติกรรม: การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง ล้วนเพิ่มความเสี่ยง
  • ภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ร่างกายจะไม่สามารถกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

สัญญาณและอาการของโรคมะเร็ง

ในระยะแรกของโรคมะเร็ง ผู้ป่วยมักจะไม่แสดงอาการให้เห็น แต่อาการจะเริ่มปรากฏเมื่อมะเร็งลุกลามไปมากแล้ว สัญญาณและอาการเบื้องต้นของโรคมะเร็ง ได้แก่

  • ก้อนเนื้องอกที่ผิดปกติ เช่น ก้อนที่เต้านม ต่อมน้ำเหลือง ลูกอัณฑะ
  • แผลเรื้อรังที่ไม่หายสนิท มีเลือดออก มีกลิ่นเหม็น
  • เลือดออกผิดปกติ เช่น อุจจาระหรือปัสสาวะเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล มีเลือดปนในเสมหะ
  • เปลี่ยนแปลงของนิสัยการขับถ่าย ท้องผูก ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซีด

อย่างไรก็ดี อาการเหล่านี้อาจพบได้ในโรคอื่น ๆ ด้วย จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง

การวินิจฉัยโรคมะเร็ง

การวินิจฉัยโรคมะเร็งมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงการตรวจพิเศษต่างๆ ได้แก่

  • ตรวจร่างกาย เพื่อดูความผิดปกติเบื้องต้น เช่น คลำก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองที่โต
  • ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เพื่อหาความผิดปกติเกี่ยวกับเม็ดเลือด เอนไซม์ สารเคมีในร่างกาย
  • ตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) โดยการเจาะเอาชิ้นเนื้อบางส่วนมาตรวจทางพยาธิวิทยา
  • ตรวจภาพรังสี เช่น เอกซเรย์ ซีทีสแกน เอ็มอาร์ไอ เพื่อดูขนาดและตำแหน่งของก้อนมะเร็ง รวมถึงการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น

การรักษาโรคมะเร็ง

การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิด ระยะ และตำแหน่งของมะเร็ง โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัดมะเร็งให้หมดไป ป้องกันการแพร่กระจาย บรรเทาอาการ และยืดระยะเวลาการมีชีวิตให้ยาวนานที่สุด ได้แก่

  • การผ่าตัด เพื่อตัดก้อนมะเร็งหรืออวัยวะที่มีมะเร็งออกไป
  • รังสีรักษา (Radiation therapy) โดยใช้รังสีพลังงานสูงยิงไปที่เซลล์มะเร็งเพื่อทำลายเซลล์
  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) โดยใช้ยารับประทานหรือให้ทางหลอดเลือด เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย
  • ยาชีวภาพ (Targeted therapy) ซึ่งเป็นยาที่ออกแบบมาเพื่อจับกับเป้าหมายเฉพาะบนเซลล์มะเร็ง
  • ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำและกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น
  • แพทย์จะเลือกใช้วิธีการรักษาอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความรุนแรงของโรค อายุ สุขภาพโดยรวม และความต้องการของผู้ป่วยเป็นหลัก

การป้องกันและดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคมะเร็ง

  • แม้ว่าโรคมะเร็งจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่เราสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ โดย
  • เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
  • งดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก

สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง สิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อดูแลสุขภาพ ได้แก่

  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและให้มีแรงในการต่อสู้กับโรค
  • ออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดการบวมน้ำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง
  • จัดการความเครียด โดยทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น สวดมนต์ ทำสมาธิ ทำสิ่งที่ชอบ
  • พบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามอาการ ประเมินผลการรักษา และปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

สรุป

จากเนื้อหาบทความที่เราได้บอกไป จะเห็นได้ว่า โรคมะเร็งเป็นภัยร้ายที่คุกคามชีวิต แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าก็เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้มากขึ้นกว่าในอดีต การป้องกันที่ดีที่สุดคือการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ